หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ใส่บาตรพระตอนเช้าด้วยเงินจะบาปหรือไม่  (อ่าน 18767 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
toompom
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



สวัสดีครับ
กระผมขออนุญาติเรียนถามท่านด้วยครับว่าตอนเช้าๆทุกวันกระผมจะใส่บาตรพระท่านด้วยข้าวสวยและเงิน 40 บาททุกวันทำอย่างนี้มาหลายปีแล้วเจตนาเพราะพระที่อาศัยอยู่ในวัดกรุงเทพตอนเช้าๆท่านไม่มีไวยาวัจกรมาด้วยและพระในกรุงเทพฯต้องใช้เงินจ่ายเป็นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่ายารักษาโรค ตลอดจนเป็นค่าพาหนะ หรืออุปถัมถ์เด็กวัดให้ได้เรียนหนังสือ กระผมจึงใส่บาตรท่านด้วยเงินเจตนาเพื่ออนุเคราะห์ท่านตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ขอถามท่านว่ากระผมทำผิดหรือเปล่าครับ ถ้าผิดกระผมคงไม่มีโอกาสได้ทำบุญตอนเช้าแบบนี้อีกเพราะอาหารในตลาดแถวบ้านกระผมนั้นไม่น่าทานเลยครับและที่สำคัญกระผมไม่ชอบทานอาหารพวกนั้นด้วย เวลาใส่บาตรกระผมจะเอาอาหารที่ดีที่สุดและเลิศที่สุดที่กระผมชอบใส่บาตรครับถ้าไม่ใช่อาหารที่กระผมชอบแล้วจะไม่ใส่บาตรเลย นี่คือเจตนาของผมครับและผมจะอฐิษฐานหลังใส่บาตรทุกวันว่าเจตนาที่กระผมทำลงนั้นเพื่ออะไร แต่มีอาจารย์บางท่านขอเอ่ยชื่อเลยนะครับคืออาจารย์ศิรพงษ์ อัครศรียุกต์แกเคยพูดว่าถ้าใครทำบุญกับพระด้วยเงินสดผิดศีลเพราะทำให้พระผิดศีลต้องตกนรกนานเป็นกัปล์ผมเลยกลัวเรื่องนี้แหละครับว่าเราจะผิดหรือไม่ทั้งๆที่เรามีเจตนาดีขอท่านได้โปรดบอกแก่กระผมด้วยครับ
การถื่อศีลอุโบสถถ้าถือในวันที่ไม่ใช่ตรงกับวันพระ อานิสงฆ์จะเท่ากับวันพระหรือไม่ครับเพราะบางครั้งวันพระตรงกับวันอาทิตย์ผมไม่สะดวกถือเพราะบางครั้งไปทานอาหารกับครอบครัวจึงถือเอาวันอื่นแทนเช่นนี้ได้หรือไม่ครับ บุญจะเท่ากันหรือไม่อย่างไร
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2696




แล้วกระผมชื่ออะไรล่ะครับ ? 
เขาให้เปิดเผยชื่อ - สกุล  จริงนะครับ
บันทึกการเข้า
toompom
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



ขอประทานโทษครับท่านกระผมชื่อ อนุวัตร จิตต์การุญราษฏร์ ครับเบอร์ติดต่อ 081 - 6578559 ครับอายุ 50 ปีครับ
ขอโทษท่านด้วยครับเพราะผมเพิ่งเข้ามารู้จัก web นี้จากท่านอื่นแนะนำเข้ามาครับผม
บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2696




อ้างถึง
อาจารย์ศิรพงษ์   อัครศรียุกต์    แกเคยพูดว่าถ้าใครทำบุญกับพระด้วยเงินสดผิดศีลเพราะทำให้พระ
ผิดศีลต้องตกนรกนานเป็นกัปล์ผมเลยกลัวเรื่องนี้แหละครับว่าเราจะผิดหรือไม่
ทั้งๆที่เรามีเจตนาดีขอท่านได้โปรดบอกแก่กระผมด้วยครับ

เรามีเจตนาดีก็ต้องประกอบด้วยความรู้ที่ดี    จึงจะเกิดผลดีด้วย
ถ้าเจตนาดีอย่างเดียวแต่ไม่ประกอบด้วยความรู้ที่ดี   แบบนี้มีสิทธิที่จะฉิบหายได้

เช่น   เขาบอกว่า  "ให้ทาน"   เป็นของดี - เป็นสิ่งที่ดี   แต่เราไม่รู่้ว่าให้อะไรกันมันจึงจะดี   เพราะไม่มีความรู้ไง
ก็เลยไปหาซื้อยาบ้ามาซัก   1000   เม็ด   แล้วก็เอาไปแจกพวกที่เขาชอบยาบ้า
และซื้อเหล้่ามาหลายลัง    แล้วก็เอาไปให้พวกที่เขาชอบเหล้า
และได้ข่าวว่าพวกเพื่อนๆ  เขาชอบเรื่องหญิงๆ  ก็เลยพาเพื่อนๆ   ไปใช้บริการในสถานที่ที่เขามีการขายบริการทางเพศกัน

แบบนี้   แล้วเราก็มานอนฝันหวานว่าได้ทำบุญให้ทาน   บุญทานนี้คงจะส่งเสริมให้ได้ประสบพบเจอกับสิ่งที่ดีๆ
ชีวิตนี้คงจะเจอแต่สิ่งที่ดีๆ   เพราะใครๆก็พูดว่า   ทำบุญให้ทานแล้วจะดี    อะไรแบบนี้เป็นต้นนะ

ใช่ล่ะ   ในสิ่งที่เราได้ทำไปนั้น   เราผู้ไม่มีความรู้    แต่มีเจตนาดี   ก็เข้าใจว่าแบบนี้คือการให้ทาน
และมันก็เป็นกิริยาอาการของการให้ทานจริงๆ   ซะด้วยซิ   แต่เมื่อมาคิดให้ละเอียดอีกที
เจตนาดี - อาการของทาน - แต่ให้สิ่งของที่ผิด   และทำบุญด้วยความงมงาย
นั่นไงล่ะ    มันเป็นโทษแล้วใช่ไหม

โทษยังไง    ก็สิ่งของตามที่สมมติให้ดูนั้นน่ะ    ถ้าเป็นคนที่พอจะมีสติปัญญาเรียนรู้จักหลักธรรมที่ถูกต้องอยู่บ้าง
เมื่อเขารับรู้หรือรับทราบในการกระทำของเรา   เขาก็ย่อมจะตำหนิเราผู้ให้ทานแบบไม่รู้เรื่อง   
ซึ่งอันนี้จะต้องเป็นจริงอย่างแท้และแน่นอนเลย    คือจะต้องถูกท่านผู้รู้ตำหนิติเตียนเอาได้
 
ทีนี้ก็ย้อนมาดูในคำถามเรื่องถวายเงินแก่พระอีกที
ใช่ล่ะ   เจตนาดี - มีอาการของการให้ทาน   แต่ว่าให้สิ่งของที่ผิด   และให้ทานด้วยความไม่รู้ซึ่งก็คือความงมงายอันหนึ่ง

เราก็ต้องมาดูว่าเรื่องนี้ท่านผู้รู้ผู้ประเสริฐสุดคือพระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่า     การกระทำแบบนี้เป็นการกระทำที่ผิด    เป็นการกระทำที่ไม่สมควร    เป็นบาป

ก็จริงอีกล่ะที่ใครๆหลายคนในสมัยนี้    จะบอกว่า   "ไม่ผิดหรอกถวายเหอะ   ยิ่งให้มากก็ยิ่งได้บุญมาก  เอามาๆ"

ทีนี้มันก็มาถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจด้วยข้อมูลและสติปัญญาของตัวเองแล้วใช่ไหมว่า    ระหว่าง
พระพุทธเจ้าผู้รู้จักวัฏฏะจักรโดยไม่มีข้อยกเว้นและปราถนาดีที่จะขนสัตว์ออกจากวัฏฏะจักรแห่งความทุกข์กล่าวไว้
กับ   ใครหลายๆคนในสมัยนี้ที่กล่าวเพียงเพื่อปากท้องและความสุขสบายของตัวเองและพวกพ้อง
คุณจะเชื่อใคร    อาตมาคงจะไม่ต้องตัดสินให้นะเรื่องนี้    เพราะตามลิงค์ที่คุณ  ณุดร  ทำเอาไว้ให้
น่าจะเป็นคำตอบเรื่องนี้เป็นเบื้องต้นได้


แต่ถ้ายังต้องการข้อมูลในการตัดสินใจมากกว่านี้อีก   ก็ต้องหาเวลามากๆเพื่อมาศึกษาที่  "หมวดวินัยพระ"  ทั้งหมดนั่นล่ะ

ส่วนเรื่องศีลอุโบสถก็ตามลิงค์นี้
http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=485.msg6072#msg6072

และในฐานะเป็นสมาชิกใหม่   ก็ขอแนะนำว่า   ให้หาเวลามาตามอ่านตามศึกษาในกระดานนี้มากๆ
เพื่อความรู้และความเข้าใจในศาสนาและกระทำตัวให้ถูกต้องตามคำสอนพระพุทธเจ้า   อ่านเยอะๆ   อย่าเพิ่งถาม
เพราะเรื่องที่จะถามนั้น    อาจจะมีคำตอบไว้ให้แล้วก็เป็นได้    :)





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 14 พฤษภาคม , 2008 เวลา 18:31:47 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
toompom
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



เรียน ท่านอีกครั้งครับ
ถ้าสมมติว่ากระผมเลิกใส่บาตรพระหน้าบ้านด้วยเงินอันนี้ผมคิดเองนะครับว่า
ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่ายารักษาโรค ค่าพาหนะที่ท่านจำเป็นต้องเดินทางไปธุระ และค่าเล่าเรียนเด็กวัดที่ท่านอุปถัมภ์อยู่พระท่านจะทำอย่างไรเพราะแถวบ้านผมใส่บาตรด้วยเงินตามผมหลายบ้านเลยครับ ท่านจะอยู่ได้อย่างไรเพราะวัดในกรุงเทพฯต่างกับว้ดในต่างจังหวัดมากและท่านก็มาบิณฑบาตรองค์เดียวครับไม่มีไวยาวัจกรมาด้วยผมไม่สบายใจเลยครับถ้างดใส่บาตรด้วยเงินกับท่านเกรงว่าท่านจะอยู่ไม่ได้ด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆที่เราท่านต่างก็ทราบกันดีอยู่พระที่ผมใส่บาตรอยู่นี้อายุมากพอสมควรครับและบวชมานานแล้วเพราะผมใส่บาตรกับท่านมาหลายปีผมเคยไปทอดกฐินกับวัดท่านด้วยครับวัดท่านคือวัดปรกยานนาวาครับและผมเคยไปวัดอาวุธวิกสิตารามไปพบหลวงพ่อมหาช่วง พระครูโชติธรรมสุนทร ท่านก็เคยบอกกระผมว่าพระพุทธเจ้ามีบทบัญญัติว่าถ้ากาลเวลาเปลี่ยนไปในกาลข้างหน้าให้ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ผมต้องขอบอกตามตรงนะครับว่าสับสนครับและในใจคิดอย่างเดียวว่ากลัวพระท่านลำบากถ้าทุกคนไม่ทำบุญด้วยเงินให้ท่านแล้วใครจะจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ค่ายารักษาโรค ค่าเล่าเรียนเด็กวัดที่ท่านดูแลอยู่ละครับ ข้อนี้แหละครับที่ทำให้ผมคิดมากจริงๆผมมีเจตนาบริสุทธิ์ต่างกับที่ท่านบอกว่าเอายาบ้าไปแจกให้คนบ้าเสพเพราะสิ่งเหล่านั้นปุถุชนคนธรรมดาย่อมรู้อยู่แล้วมันไม่ชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชนย่อมไม่มีอานิสงฆ์หรือเกิดบุญแก่ตนเองอย่างแน่นอน การให้ที่พระพุทธองค์บัญญัติว่ามีอานิสงฆ์มากคือ
1.ของที่ให้ต้องบริสุทธิ์ได้มาโดยสุจริตโดยชอบด้วยศีลธรรมและ เจตนาบริสุทธิ์
2.ผู้รับเป็นผู้มีศีล
3.ของที่ให้ไม่ได้มาจาการฆ่า หรือเนื้อที่ห้ามฉัน 10 อย่าง
นี่ไม่ใช่ยาบ้าแต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของสมณะในกรุงเทพฯนะครับท่านถ้าเป็นพระที่อยู่ตามวัดป่าไม่มีความจำเป็นเรื่องเงินเพราะมีไวยาวัจกรนั่นก็อีกเรื่องหนึ่งแต่นี่วัดในกรุงเทพฯพระจำเป็นต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟไม่ได้อยู่ฟรีเพราะผมเองก็เคยบวชมา 1 พรรษาที่วัดในกรุงเทพฯผมเองก็เห็นว่าท่านเจ้าอาวาสต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟเองไม่มีใครมาจ่ายให้ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ผมก็ทำบุญด้วยการช่วยค่าไฟค่าน้ำแก่ท่านเดือนละ 2,500 บาททุกเดือนจนผมลาสึกขาออกมาครับ
นี่ละครับคือเหตุผลที่ผมถามท่านเพราะพระบางท่านบอกว่ากาลเวลาเปลี่ยนไปตามสมัยพระพุทธเจ้าทรงอนุญาติไว้ไม่เป็นอาบัติมันยังไงครับ ถ้าไม่ใส่เงินพระก็อยู่ไม่ได้ ครั้นจะใส่เงินท่านก็บอกมาว่าผิดและบาปอีก ผมสับสนมากจริงๆครับตัดสินใจไม่ถูกเลยจริงๆ และถ้าจะบอกว่าจะถวายเงินเป็นค่าน้ำ ค่าไฟที่วัดใครจะไปได้ทุกวันละครับเพราะผมต้องทำงานแต่นี่มีพระมาโปรดถึงหน้าบ้านทุกวันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าให้ไปถวายที่วัดเพราะไม่สะดวกครับ
http://www.thaiws.com/pmch/pmch.html

ถ้าเป็นท่านอยู่วัดปรกกรุงเทพฯและต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเล่าเรียนเด็กวัดที่ท่านต้องอุปถัมภ์ดูแลอยู่ท่านควรจะทำอย่างไรครับถ้าไม่มีผู้ใจบุญอนุเคราะห์ท่านด้วยเงิน อันนี้กระผมมิได้มีเจตนามาย้อนท่านนะขอรับ
บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2696




อาตมาก็บอกให้โยมไปหาอ่านข้อมูลเยอะๆตามที่บอกก่อน    แล้วก็ทำการเปรียบเทียบและตัดสินใจเอาเอง
อยากจะเชื่อฝ่ายไหนก็เชื่อไป    มันไม่เกี่ยวอะไรกับอาตมา   อาตมาไม่ใช่เจ้าของศาสนาพุทธ
และใครจะไปสวรรค์หรือนรก   มันก็ช่างไม่เกี่ยวอะไรกับอาตมาเล๊ย   เพราะอาตมาทำหน้าที่ของลูกศิษย์พระพุทธเจ้าแล้ว
คือ   บอกกล่าวต่อผู้ที่สนใจธรรมของพระองค์ด้วยคำที่พระองค์กล่าวไว้   ไม่ให้บิดให้เบือน   
บอกไปตามที่พระองค์เคยบอกไว้   มีอะไรที่ควรจะบอกก็บอกไปหมดแล้ว    ตามหน้าที่ที่ควรทำก็ทำแล้ว   
ข้อมูลที่ควรจะศึกษาพิจารณาก็หาเอาไว้ให้แล้ว

แล้วตรงตัวหนังสือสีน้ำเงินนั้นก็พูดดักเอาไว้ให้แล้วว่า     ระหว่างพระพุทธเจ้ากับคนสมัยนี้    จะเชื่อใคร?

ก็รู้อยู่แล้วว่าคนสมัยนี้    มันจะหาข้ออ้างอันนั้นอันนี้สารพัด    เพื่อหลีกเลี่ยงไปจากธรรมวินัยนี้
ถ้าหลีกเลี่ยงกันง่ายขนาดนั้นมันก็ฉิบหายหมดนะซิ    ศาสนาพุทธก็ไม่มีความหมายอะไร    เพราะไม่มีใครทำตาม
ทำตามบ้าง   ไม่ทำตามบ้าง    อยากจะทำอันไหนก็ทำ    ไม่อยากจะทำอันไหนก็ทำ

ถ้าอยากจะเถียงหรืออยากจะย้อนก็ได้   แต่ต้องย้อนอย่างมีกติกาและมีกรรมการ   นั่นก็คือ   
คำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกของเถรวาท   เท่านั้น    มีอยู่ตรงไหน / เล่มไหน / หน้าอะไร
ที่มีคำสอนพระพุทธเจ้าว่าให้สาวกปรับเปลี่ยนสิกขาบทไปตามชอบใจ     ที่อยากจะถือกันแบบไหนก็ได้
ที่ไม่เกี่ยวกับสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ให้ที่เป็นของมาตั้งแต่ดั้งเดิม    อาตมาก็อยากรู้ช่วยบอกหน่อย
อาตมาจะไปอ่านและทำความศึกษาให้ถ่องแท้   จะประกาศขอขมาโทษต่อพี่น้องทั้งหลายที่ได้บอกกล่าว
ให้คลาดเคลื่อนไปจากคำสอนพระพุทธองค์    หาเนื้อความตรงนั้นมาบอกอาตมาด้วย   จะขอบคุณยิ่ง

และถ้าจะอ้างกาลเวลาก็ไม่ถูกอีก   เพราะธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไม่มีกาลเวลาไง   
ไม่เคยสวดและทำความเข้าใจบทที่ว่านี้เหรอ   "สวากขาโต   ภควตาธัมโม   สันทิฎฐิโก   อกาลิโก   เอหิปัสสิโก..."
แปลว่า   ธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้่ดีแล้ว   ไม่ประกอบด้วยกาลเวลาใดๆทั้งสิ้น   อันผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นได้เอง..

และที่อ้างพุทธพจน์เรื่องการให้ทานมานั้น   ถูกต้อง   แต่ข้อสองนั้นเสียหายแบบโจ่งแจ้งเลยนะ 
"เพราะพระรับเงิน"  ไง     ผิดวินัยพระ      มีโทษทันที    ผู้รับจึงเป็นพระทุศีลไปโดยปริยาย    แบบไม่มีข้อแก้ตัวด้วยนะ

เพราะที่นี่   เว็บสามแยก   เขาเรียนคำสอนพระพุทธเจ้า   
ไม่ใช่เรียนคำสอนของพระครู - เจ้าฟ้า - เจ้าคุณ - สมด๊อด - สมเด็จ   ที่ไหนหรอก   ไม่ใช่อย่างนั้น   
ถ้าจะเอาแบบนั้นคงต้องไปที่เว็บอื่น    เพราะสัญญาณของความเข้าใจมันเข้ากับที่นี่ไม่ได้

แต่ถ้าจะคุยกันที่นี่   ต้องเรียนคำสอนพระพุทธเจ้าให้ดีก่อนแล้วเอามาคุยกัน    ยินดีรับคุยและรับฟังมาก
เพราะถ้าไม่ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วมาเถียงกัน   มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย   เสียเวลาเปล่าๆ
ไปหาหลับหานอนกันเสียยังจะดีกว่า    ดีกว่าที่จะพูดคุยกันคนเรื่อง   มันไม่เข้าใจกันหรอก

และถ้าเห็นว่าที่นี่บอกกล่าวด้วยสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือ    เพราะเหตุผลใดๆก็แล้วแต่     ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยโยม   
ก็กลับไปทำเหมือนเดิมแบบที่เคยทำมานั้นซะ     มันไม่มีปัญหาอะไรกันซักนิ๊ดเดียว     สำหรับที่นี่    ไม่มี๊    ไม่มี...
   

***  และถ้าบอกว่าวัดบ้านนอกอย่างวัดสามแยกไม่มีรายจ่ายล่ะก็คิดผิดนะ   เพราะที่นี่เดือนหนึ่งเห็นเขาบอกว่า
มีรายจ่ายประมาณ   หนึ่งแสนบาท / เดือน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 14 พฤษภาคม , 2008 เวลา 18:31:14 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ » บันทึกการเข้า
utt_035
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12



เอาเงินใส่ซอง เขียนระบุจุดประสงค์ให้ชัดเจนเช่น
1.เพื่อใช้จายในกิจการของวัด ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าคนงาน
2.เพื่อใช้จ่ายในการซ่อมแซมวัด
3.เพื่อค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคาร
เป็นต้น

แล้วถวายกับพระแบบนี้ได้ใช่ไหมครับ
เพราะว่าที่บ้านผมมักกลับบ้านแม่ไปทำบุญที่ภาคอีสาน แม่บอกว่าเขาให้เงินพระกันเป็นธรรมเนียม ไม่ให้จะดูไม่ดี
ผมเลยว่าเราระบุจุดประสงค์ไปเลยแต่ ให้ ผ่านมือพระได้ไหม

เอกภณ จีวะสุวรรณ
utt_035@hotmail.com
บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2696




สำหรับโยมเอกภณ   ตามลิงค์นี้นะ   คำตอบมีเท่านี้   ถ้าจะเข้าใจก็ต้องเข้าตามนี้    ถ้าไม่เข้าใจ   ก็สุดวิสัยแล้วล่ะ...

http://www.samyaek.com/board2/index.php?topic=626.msg7441#msg7441

และไม่เกี่ยวว่าจะดูดีหรือดูไม่ดีนะ   บาปมันไม่เกี่ยวกับอย่างที่ว่ามาหรอก.
บันทึกการเข้า
พระวัดสามแยก
พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ (ครูบาหม่าว)
พระ
.....
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2696



อ้างถึง
ถ้าเป็นท่านอยู่วัดปรกกรุงเทพฯและต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเล่าเรียนเด็กวัดที่ท่านต้องอุปถัมภ์
ดูแลอยู่ท่านควรจะทำอย่างไรครับถ้า ไม่มีผู้ใจบุญอนุเคราะห์ท่านด้วยเงิน อันนี้กระผมมิได้มีเจตนามาย้อนท่านนะขอรับ

การรับเด็กมาอุปถัมภ์แบบที่ทำอยู่นี้     พระไม่สมควรทำแบบนี้     ถ้ากำลังความสามารถตัวเองไม่เพียงพอ
จุดประสงค์ของการบวชเป็นพระ   และจุดประสงค์ในการตั้งศาสนาของพระพุทธเจ้าไม่ใ่ช่แบบนี้

ถ้าตัวของพระไม่มีความสามารถที่จะรับภาระเรื่องแบบนี้และไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยให้ดีพอ   
เรื่องนี้ต้องเว้นให้ไกลที่สุด    เพราะมันจะเสียทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น   

ถ้าเป็นอาตมาเหรอก็จะกลับไปอ่านพระธรรมวินัยให้ละเอียด   แล้วก็จะถามโยมที่มาเกี่ยวข้องกัน - เชื่อถือกัน
จะทำตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าได้หรือไม่    จะสงเคราะห์กันแบบถูกธรรมวินัยได้ไหม

ถ้าทำตามได้     ก็จะอยู่ที่เดิมต่อไป
ถ้าทำไม่ได้   ก็จะแบกกลดสะพายบาตร    ไปหากินข้าวที่บ้านอื่น   
เพราะพระพุทธเจ้าให้หาที่อยู่ของพระให้สะดวกต่อการบำเพ็ญธรรมวินัย   ที่ไหนที่ไม่สะดวกต่อการบำเพ็ญ
พระองค์ให้หนีไปซะ    และถ้าทั่วประเทศนี้ไม่มีใครเอาธรรมวินัยพระพุทธเจ้าเลย   
ก็จะไปหาอยู่ที่ประเทศอื่นที่เขาเอาธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า

และต้องระลึกให้ชัดเจนอยู่เสมอเลยว่า    "ธรรมต้องสำคัญกว่าตัวบุคคล"
บันทึกการเข้า
toompom
.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4



เรื่องรับเด็กมาอุปถัมภ์กระผมพูดเองขอรับกระผมไม่ทราบหรอกครับว่าพระท่านอุปถัมภ์ดูแลยังไงกระผมเพียงแต่เห็นว่าท่านเดินบิณฑบาตรแล้วมีเด็กวัดเดินตามช่วยท่านเท่านั้นครับ กระผมเลยคิดเออ ออ ห่อหมกเอาเองว่าท่านคงจะดูแลเด็กวัดด้วยขอรับ
ข้อนี้กระผมผิดเองขอรับที่เขียนไปโดยไม่มีมูลความความจริงเดี๋ยวจะกลายเป็นความเสื่อมเสียแก่พระท่านซะเปล่าๆ เพราะส่วนใหญ่เด็กวัดส่วนมากพระท่านจะช่วยเรื่องค่าเล่าเรียนให้บ้างตามสมควรแก่อัตภาพ เท่าที่ผมรู้นะขอรับเพราะตอนที่กระผมบวชก็มีเด็กวัดที่หลวงพ่อท่านดูแลส่งเสียให้เรียนหนังสืออยู่เหมือนกันและปัจจุบันก็เรียนจบมีหน้าที่การงานทำที่ดีซึ่งกระผมก็ยังเคยพบเขาเลยครับ ท่านอย่าเพิ่งตำหนิพระท่านเลยครับเพราะกระผมผิดเองที่บอกความจริงไม่หมด เดี๋ยวกระผมจะเป็นบาปหนักไปขอรับ
ยังไงกระผมก็กราบขอบพระคุณท่านมากขอรับที่ได้กรุณาชี้แจงและแนะนำให้กระผมได้มีความเข้าใจมากขึ้นครับ หากต่อไปทางวัดท่านมีทอดกฐินในปีหน้าหรือมีงานบุญใดๆได้โปรดบอกบุญมายังกระผมด้วยครับกระผมยินดีที่จะร่วมทำบุญโดยขอให้ส่งซองกฐินมาที่
คุณ อนุวัตร จิตต์การุญราษฏร์
60 อาคารสงเคราะห์ทุ่งมหาเมฆ สาย 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 15 เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
กระผมชอบทำบุญอยู่แล้วขอให้ทราบเถอะครับว่าที่ไหนมีทอดกฐินจะไม่พลาดเลยแม้แต่วัดเดียวขอรับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: